เข้าสู่ระบบสมาชิก
 
User Name :
Password :
Parent Agency
Nanny Expertise
Forgot Password
 
 QUICK MENU
 
ดาวน์โหลด คูปอง ส่วนลดจากร้านค้า
รวมรายชื่อศูนย์พี่เลี้ยงเด็ก
ระบบที่ปรึกษาส่วนตัว
บริการตรวจสุขภาพพี่เลี้ยงเด็ก
บริการตรวจสอบประวัติอาชญากร
คอร์สอบรมหลักสูตร การดูแลเด็กอย่างมืออาชีพ
ห้องสนทนา
สมัครสมาชิกสำหรับศูนย์พี่เลี้ยงเด็ก
 
Home Suggestion

 

 

ข้อแนะนำในการหางานพี่เลี้ยงเด็ก ก่อนเริ่มงาน

๑.หากท่านคิดจะสมัครงานอิสระ
โดยไม่ผ่านศูนย์พี่เลี้ยงเด็กนั้น ข้อดีที่เห็นได้ชัดก็คือ ท่านจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าใบสมัคร ค่าสมัคร ค่าอบรม ค่าเปอร์เซ็นและ เงินประกันต่างๆ ที่แต่ละศูนย์จะมีข้อแตกต่างกันในรายละเอียด หากแต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดจากการไม่ผ่านเอเจนซี่ก็คือ ความรู้ที่ท่านมีอยู่นั้นอาจจะยังไม่เพียงพอต่อการทำงานในฐานะผู้ดูแลเด็ก เพราะผู้ที่หางานบางคนไม่มีประสบการณ์ ในการดูแลเด็ก หรืออาจจะมีประสบการณ์จากการมีลูกตัวเอง หรือช่วยญาติเลี้ยง หากแต่ประสบการณ์เช่นนั้นอาจจะไม่เพียงพอ หรือไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับการทำงานจริงซึ่ง ขึ้นชื่อว่าผู้ดูแลเด็กแล้วนั้นควรจะมีความรู้ความสามารถในระดับหนึ่ง ซึ่ง ศูนย์ที่ดี ก็มักจะมีการสอน การฝึกเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ในการทำงาน และแน่นอนที่สุด ศูนย์พี่เลี้ยงที่ดี ย่อมที่จะดูแลผลประโยชน์ ให้กับพนักงานไม่ว่าจะเป็น เงินเดือนที่ดี สวัสดิการประกันสังคม, การขอเปลี่ยนครอบครัวในกรณีที่ครอบครัวที่ทำอยู่อาจจะไม่เหมาะสมกับตัวท่าน หรือการเรียกร้องค่าอาหาร ค่าล่วงเวลา จากนายจ้าง ในกรณี ไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นต้น ดังนั้นการได้มาซึ่งผลประโยชน์เหล่านี้ ย่อมที่จะต้องเสียบางส่วนให้กับทางศูนย์พี่เลี้ยงเป็นธรรมดา ส่วนศูนย์ใดมีค่าใช้จ่ายอย่างใดขอให้ดูจากตารางสรุปในรายละเอียดอีกครั้งนึง

๒.ประเมินตัวเองว่าเหมาะสมกับเด็กวัยใด
ก่อนที่ท่านจะรับงานจากครอบครัวใดควรจะทราบตัวเองก่อนว่าตนนั้นเหมาะสมจะทำงานกับเด็กในวัยเช่นไร
เช่นทารกแรกเกิด เหมาะกับผู้ที่มีความละเอียด อ่อนโยน และ สะอาด และ ใจเย็นเด็กวัยเตาะแตะ เหมาะกับผู้ที่ชอบเล่น ชอบคุย รู้จักสรรหา กิจกรรมมาเล่นกับเด็กเพราะเด็กวัยนี้ต้องการการเล่นและ เสริมพัฒนาการเป็นสำคัญ และ ผู้ดูแลเด็กวัยนี้ควรจะคล่องแคล่วว่องไว เพราะเด็กวัยนี้จะมีความรวดเร็ว และ มีโอกาส เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
ดังนั้นหากท่านมีลักษณะไม่ค่อยว่องไว หรือไม่ชอบเล่นมากนัก ท่านก็น่าจะพิจารณาในการดูแลเด็กทารกแทน ทั้งนี้มิได้หมายความว่าเด็กทารกไม่ต้องเล่นเอาซะเลยเพียงแต่กิจกรรมการเล่น หรือการคุยอาจจะน้อยกว่าเด็กวัยเตาะแตะเท่านั้น แต่ในการดูแลเด็กนั้น การเล่น การคุยกับเด็กแม้แต่เด็กยังอยู่ในวัยทารก ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่

๓.สอบถามข้อมูลจากครอบครัวให้มากที่สุดเพื่อประเมินความเหมาะสมในการทำงาน
ก่อนที่จะรับงานจากครอบครัวใด แน่นอน ย่อมมีการสัมภาษณ์งานก่อน เพื่อทำความรู้จักกันระหว่างครอบครัวที่ต้องการจ้าง กับผู้ที่ต้องการทำงาน ช่วงเวลาที่สัมภาษณ์งานนี้เป็นโอกาสดี ที่ท่านจะได้มีโอกาสในการสอบถามข้อมูลการทำงานก่อนที่จะตัดสินใจรับงาน เช่น ในครอบครัวอยู่กัน กี่คน เด็กที่เราจะดูแลนั้นมี พี่น้องกี่คน และ ท่านจะมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง เช่นบางครอบครัวอาจจะให้ท่านช่วยบางส่วนกับลูกคนโตเวลากลับจากโรงเรียน บางครอบครัวอาจจะให้ท่านดูแลน้องช่วงกลางคืน โดยนอนหลับกับน้องด้วย ท่านมีสิทธิที่จะทราบในรายละเอียดการทำงานนั้นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าท่านสามารถทำได้จริงๆ มิใช่รับว่าได้ไว้ก่อนแล้วทีหลังทำไม่ได้ไม่ไหวเป็นต้น เช่นบางคนไม่เคยตื่นนอนช่วงกลางคืน เป็นคนขี้เซามาก ก็ต้องบอกครอบครัวที่สัมภาษณ์ท่านไปเลยว่าท่านไม่เคยตื่นกลางคืน หากให้ดูแลเด็กช่วงกลางคืนด้วยก็ไม่แน่ใจว่าทำได้หรือไม่ ครอบครัวที่สัมภาษณ์ท่านจะได้พิจารณาว่าท่านเหมาะสมหรือไม่ ดีกว่าไปเริ่มงานแล้วมีปัญหาทีหลัง การเดินทางก็สำคัญ เช่นบางครอบครัวอาจจะมีการเดินทางบ่อย ไม่ว่าเยี่ยมญาติหรือ เดินทางไปเที่ยว หากท่านเป็นคน ชอบเมารถ เมาเรือ ขึ้นรถแล้วเมาทุกที ก็คงไม่เหมาะกับครอบครัวเช่นนี้ เพราะหากครอบครัวไหนจ้างท่านแล้ว ท่านควรจะเป็นผู้ที่จะไปแบ่งเบาภาระให้เขา มิใช่มาเป็นภาระให้กับครอบครัวของเขา

๔.พิจารณาข้อตกลงในการทำงาน และ เงินเดือนที่เหมาะสม
อย่าลืมว่ารายรับที่ท่านได้รับนั้นจะต้องเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่ท่านมีภาระ บางท่านได้รับเงินเดือนไม่เพียงพอต่อรายจ่ายประจำเดือน ทุกเดือนต้องติดลบ แล้วท่านจะมีชีวิตได้อย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การขอเงินเดือนที่สูงกว่าความเหมาะสมมากเกินไป ก็อาจจะดูไม่ดี กลายเป็นเสียเครดิตไปเลยก็ได้ ดัวนั้นในการขอเงินเดือนจากครอบครัวที่สนใจท่านนั้น ขอให้คำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
๔.๑ เนื้อหาของงาน ว่างานในครอบครัวนี้เยอะมากน้อยอย่างไร เช่นถ้าให้ดูเด็ก 2 คน ก็ย่อมสามารถขอเงินเดือนได้มากกว่าดูแลเด็ก 1 คน
๔.๒ ประสบการณ์การทำงานของท่าน หากท่านมีประสบการณ์มากท่านก็ย่อมที่จะขอเงินเดือนได้สูงกว่าผู้ที่ไม่มีประสบการณ์หรือประสบการณ์น้อยกว่า
๔.๓ ความสามารถพิเศษที่ท่านมี เช่นครอบครัวนี้เป็นครอบครัวชาวต่างชาติ และ ท่านสามารถสื่อสารพูดภาษาประจำชาติของครอบครัวนี้ได้ ท่านก็สามารถจะเรียกเงินเดือนได้สูงกว่า ปรกติ เป็นต้น
ทั้งนี้ทั้งนั้นขอให้ดูแนวทางการเรียกเงินเดือนจาก ตารางเงินเดือน ในเว็ปนี้ เพื่อที่จะช่วยท่านในการกำหนดเงินเดือนที่เหมาะสมได้

ส่วนข้อตกลงในการทำงานอย่างอื่นเช่น ค่าล่วงเวลา ค่าอาหาร(หรือครอบครัวแบ่งอาหารที่ทำอยู่ให้) วันหยุดต่างๆ โบนัส การขึ้นเงินเดือน ควรจะถามให้ชัดเจน และหากทุกอย่างตกลงกันได้แล้วควรจะมีสัญญาจ้างงานที่นายจ้างควรเตรียมให้ โดยระบุเงื่อนไขต่างๆ ให้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อสามารถใช้ยืนยันกันได้ในภายหลัง

๕.ยืดหยุ่นตามสถานะการณ์
ท่านควรจะมีความยืดหยุ่นตามความต้องการของครอบครัวบ้าง เช่นเวลาทำงาน บางครอบครัวอาจให้เลิกงานดึกหน่อยเพราะหน้าที่การงานของคุณพ่อคุณแม่ หรือบางครอบครัวที่อาจให้ท่านช่วยทำงานนอกเหนือจากหน้าที่ไปบ้างเช่น ช่วยงานบ้านนิดหน่อย เช่นล้างจาน หลังจากคนทำงานบ้านเลิกงานแล้ว หรือแม้แต่บางครั้งอาจช่วยซื้อของ จ่ายเงินค่าโทรศัพท์ ซึ่งมิใช่หน้าที่ของท่านเลย แต่หากมิได้เป็นภาระจนเกินไป ท่านก็น่าจะช่วยเหลือ และรับที่จะทำให้ด้วยความเต็มใจ เพราะเป็นการแสดงน้ำใจให้เห็น และแน่ใจว่าเมื่อท่านมีน้ำใจให้กับนายจ้างแล้ว ในอนาคตท่านก็จะได้รับน้ำใจจากนายจ้างกลับมาอย่างแน่นอน

๖.มีใจรักงาน และรักเด็ก
ในการประกอบอาชีพเป็นผู้ดูแลเด็กนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่สามารถขาดได้ก็คือ ท่านต้องเป็นผู้ที่มีใจรักงานนี้ และ รักเด็ก เพราะ อาชีพนี้ต้องทำจากใจจริง หากท่านรู้สึกรำคาญเมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง หรือท่านไม่รู้สึกว่าเด็กมีความน่ารัก และบริสุทธิสดใส กลับรู้สึกหงุดหงิดเวลาอยู่ใกล้กับเด็ก หรือไม่อยากตอบคำถามเวลาเด็กถามท่าน นั่นหมายความว่า ท่านมิได้มีใจรักเด็กจริง จึงขอแนะนำว่า ท่านอาจจะไม่เหมาะที่จะทำงานในอาชีพนี้ หากท่านคิดแต่เพียงว่า อาชีพนี้ มีรายได้ดี และ เก็บเงินได้ เท่านั้นก็อาจไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพที่สำคัญนี้ ขอให้ท่านพิจารณา และถามตัวเองอีกครั้งว่าท่านรักเด็ก อยากให้เด็กได้รับในสิ่งที่ดี เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพหรือไม่ หากคำตอบคือไม่ใช่แล้ว ขอให้ท่านพิจารณาหาอาชีพอื่นที่เหมาะสมกับท่านจะดีกว่า เพราะหากท่านไม่มีใจกับงานนี้ และ ไม่มีใจกับเด็กแล้ว ท่านเองจะเป็นผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้อย่างแน่นอน


ข้อแนะนำในการทำงานเมื่อ ได้งานทำแล้ว

๑.ซื่อสัตย์และรักษามรรยาท
มีความซื่อสัตย์ต่องานและนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหยิบของนายจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาติ แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆเช่นหยิบหนังสือมาอ่าน หรือของใช้ในบ้าน จะต้องคำนึงถึงว่ามิใช่เป็นของเรา จะต้องขออนุญาติก่อนทุกครั้ง เพราะเป็นมรรยาทที่ดีที่ผู้อื่นก็จะมองเราอย่างชื่นชม ยกย่อง ส่วนเรื่องความซื่อสัตย์นั้นรวมถึงการไม่โกหกแม้เรื่องเล็กน้อย นายจ้างก็อาจจะมองว่าท่านเชื่อถือไม่ได้เมื่อพบว่าท่านพูดปด แม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อาจจะทำให้ท่านเสียความเชื่อใจจากนายจ้างไปเลย เพราะความไว้ใจนั้นเป็นสิ่งมีค่าและ ต้องใช้เวลาในการได้มา ดังนั้นควรจะตรงไปตรงมา ต่อนายจ้าง ไม่ว่าเรื่องอะไร หากมีอะไรค้างคาในใจก็ควรจะพูดและเปิดใจเพื่อให้ทำงานอย่างสบายใจทั้งตัวท่านเองและนายจ้าง อีกทั้งปฎิบัติให้เหมือนกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง

๒.เสมอต้นเสมอปลาย และเป็นตัวของตัวเอง
ผู้ดูแลเด็กบางคนเมื่อเริ่มทำงานใหม่ๆ จะตั้งใจทำงานอย่างดี เป็นที่ถูกใจนายจ้าง ทราบว่าควรจะปฎิบัติตัวอย่างไร ถึงจะเหมาะสม แต่เมื่อทำงานไประยะหนึ่ง เริ่มที่จะไม่ขยัน ไม่ตรงเวลา ไม่ค่อยสนใจงาน ไม่เหมือนกับช่วงแรกๆ แบบนี้เราเรียกว่าไม่เสมอต้นเสมอปลาย โดยทั่วไป ผู้ที่เป็นแบบนี้ มักจะถูกมองว่า เป็นคนรู้ว่าทำงานให้ดีทำอย่างไร จึงสามารถทำได้ในช่วงแรก แต่ไม่ใช่เป็นตัวตนที่แท้จริง เป็นการเสแสร้งเพื่อให้นายจ้างประทับใจ พอนานเข้าก็เริ่มเหนื่อย และแสดงตัวตนที่แท้จริง พูดง่ายๆ ว่าออกลาย
ดังนั้นทางที่ดี คือสร้างตนให้เป็นคนดี มีวินัยในการทำงาน ด้วยตัวตนที่แท้จริงมิใช่เป็นการเสเสร้ง หากเราเป็นเช่นนั้นจริงๆ ในการปฎิบัติงานเราก็จะไม่รู้สึกเหนื่อย และก็จะสามารถรักษาระดับการทำงานที่ดีได้ต่อไปอย่างสม่ำเสมอ หรือเสมอต้นเสมอปลายนั่นเอง ซึ่งคนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ย่อมที่จะได้รับการยกย่อง ในการทำงานอาชีพนี้และอาชีพอื่นๆ ด้วย

๓.ควรจะมีทัศนคติที่ดีกับนายจ้าง
ผู้ดูแลเด็กหลายคนไม่ค่อยชอบนายจ้างในเรื่องบางเรื่อง ทั้งนี้ ขอให้คิดว่า ไม่มีผู้ใดสมบูรณ์แบบ ตัวเราเองก็มิใช่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นหากนายจ้าง หรือครอบครัวที่ท่านทำงานอยู่ด้วยนั้นมีข้อเสีย ในบางเรื่อง ก็พยายามมองในข้อดี และสิ่งที่ดีของเขาแทน การที่เราทำงานอยู่กับใครแล้วนินทาว่าร้ายนายจ้างนั้น ตัวเราเองนั่นเองที่จะมีภาพพจน์ที่ไม่ดีในสายตาคนภายนอก อีกทั้งเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวของนายจ้างก็ไม่ควรนำออกมาพูดภายนอก เพราะจะเป็นสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณในการทำงาน เพราะในแต่ละครอบครัวก็ย่อมมีเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวที่ไม่อยากให้บุคคลภายนอกได้รับทราบ ท่านก็ควรจะเคารพในความเป็นส่วนตัวของนายจ้างและครอบครัวของเขาโดยการไม่พูดเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวของเขา เพราะถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเราดู ท่านก็คงไม่ชอบหากใครเอาเรื่องส่วนตัวของท่านไปพูดให้คนอื่นฟัง
ดังนั้นหากท่านยังทำงานอยู่กับครอบครัวใด ท่านควรจะมองสิ่งที่ดีในครอบครัวนั้นเพื่อว่าตัวท่านเองก็จะได้สบายใจ และมีความสุขที่จะทำงานให้ แต่หากท่านไม่สามารถรู้สึกที่ดีกับครอบครัวที่ท่านทำงานอยู่ได้ ก็ขอแนะนำให้ท่านลาออก เพื่อไปอยู่กับครอบครัวที่ท่านรู้สึกดีๆ อยากจะทำงานให้ด้วย ไม่ควรทำงานกับเขาแล้วก็ด่าเขาไปด้วยค่ะ

๔.มีวินัยในการทำงาน และมีความตั้งใจ และอดทน ไม่ควรเปลี่ยนงานบ่อย
การทำงานทุกอย่างจะต้องมีความตั้งใจสูง มีวินัย และมีความอดทนในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพผู้ดูแลเด็กนั้นจะต้องรับผิดชอบกับชีวิตของเด็กที่เราดูแล ซึ่งเป็นมนุษย์คนหนึ่ง หากท่านไม่มีความตั้งใจอย่างเต็มที่แล้ว อาจจะมีผลต่อชีวิตของเด็กที่ท่านดูแล เช่นอาจจะเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือมีพัฒนาการที่ไม่ดีได้ ดังนั้นขอให้ท่านตระหนักในความสำคัญของหน้าที่การงานของท่านต่อเด็กที่ท่านดูแลและ ครอบครัวที่ท่านทำงานด้วย อีกทั้งการที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและ เรื่องต่างๆ นั้นความขยัน อดทน และมีวินัยนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างแน่นอน หากท่านเป็นคนไม่มีความอดทนในการทำงาน เจออุปสรรค์นิดหน่อยก็จะเปลี่ยนงาน ประวัติการทำงานของท่านก็จะดูเหมือนท่านเป็นคนไม่สู้งาน นายจ้างท่านต่อไปก็อาจไม่กล้ารับท่านเข้าทำงานเพราะการปฎิบัติงานดูแลเด็กนั้นควรจะทำระยะยาวพอสมควรเพื่อให้เด็กที่ท่านดูแลมีความมั่นคงทางอารมณ์ และ แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่องานและเด็กที่ดูแล

๕.ใจกว้างที่จะรับฟังคำวิจารณ์จากนายจ้างและผู้อื่น
การที่เราเป็นคนใจกว้างยอมรับฟังคำวิจารณ์จากผู้อื่นนั้นจะเป็นผลดีให้กับตัวเราเองที่จะมีการพัฒนา ในการทำงานให้ดีขึ้น และ เก่งขึ้น หากท่านเป็นคนที่ไม่ฟังคนอื่น คิดว่าตัวท่านดีอยู่แล้ว ใครพูดอะไร ก็ไม่เชื่อ ไม่อยากฟัง ชอบแต่คำชม ท่านก็จะเสียโอกาสในการพัฒนาความสามารถของท่าน เพราะไม่มีใครที่เก่งที่สุด ดีที่สุด โดยไม่ต้องพัฒนาตัวเองแล้ว การที่มีผู้อื่นแนะนำ ติ ชม วิจารณ์นั้นถือว่าเป็นโอกาส และ เป็นสิ่งมีค่าต่อตัวท่านเอง อย่าไปมองว่าเป็นการว่า ทำให้หมดกำลังใจทำงานไป หากแต่มองในทางสร้างสรรค์ ติเพื่อก่อ คำวิจารณ์ของคนอื่นคือกระจก เพื่อส่องตัวเราในมุมที่อาจจะมองไม่เห็นหรือมองข้ามไป แล้วท่านก็จะพัฒนาความสามารถขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

๖.รายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่ควรมองข้าม
การแต่งกายที่สุภาพ ไม่หวือหวาตามแฟชั่นหรือดูโป๊มากเกินไป เพราะดูแล้วไม่เหมาะกับอาชีพที่เราทำ พี่เลี้ยงเด็กควรแต่งตัวสุภาพ สะอาด ไม่ใส่รองเท้าส้นสูงเพราะอาจหกล้มในขณะอุ้มเด็กอยู่
การหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุย หรืออยู่ตามลำพังกับคุณพ่อของเด็ก เพราะอาจทำให้คุณแม่ของเด็กที่เราดูแล หึงหวง และจะเป็นเหตุทำให้มีปัญหาในการทำงานได้
ไม่ควรพูดถึงเรื่องของครอบครัวที่ท่านเพิ่งจบงานมามากเกินไป เช่นพี่เลี้ยงเด็กบางคน เลี้ยงเด็กคนใหม่ แต่ชอบพูดในแนวทางเปรียบเทียบกับเด็กคนที่ตนเคยเลี้ยง มากเกินไป หรือบางคนพูดเกี่ยวกับครอบครัวที่ผ่านมา ว่า ใจดีมากซื้อโน่นซื้อนี่ให้ หรือให้เงินพิเศษเยอะ ทำให้คุณแม่น้องรู้สึกอึดอัด กับคำพูดเหล่านี้

 
 
ขอบคุณผู้สนับสนุน
Member online    :    Nanny (10)  ,  Parent(10)  ,  Agence(10)  ,  Expertise(10)

Copyright 2005 by Thainanny.com
หากท่านต้องการดูเวบนี้ให้สมบูรณ์ควรใช้ IE 6.0